| DhAL NiM's profileข้าพเจ้า คือ ข้าพเจ้า แ...PhotosBlogLists | Help |
|
May 06 กูไม่ได้ตั้งใจนะผึ้ง!!!!
....
..
.
กรูขอโทษ!!!
ผู้ชายคนนั้นของมึง
มาอยู่กับกรูแล้ว!!!!
ขอโทษนะ
กรูเอาเค้ามาแล้ว
.....
...
กรูขอโทษ!!!!
555555555555555555555555555
5555555555555555555555
555555555555555
55555555555555555555555
ป.ล กรูดีใจกับรูปที่กรูอัพ ด้วยปัญญาและความสามรถทั้งหมดที่กรูอุทิศให้
กรูดีใจว้อย!!!!!
May 04 $ห่อเหี่ยว$ห่อเหี่ยว!!!
.....
...
..
จะวันเกิดกูแล้วสิเนี่ย
....
กูอยากจะแฮปปี้
อยากจะทำอะไรดีๆ
แต่พอยิ่งใกล้ๆ
กูก็ทำใจไม่ได้สักที
เวลาเป่าเค้ก
แล้วเค้ามักจะให้อธิฐาน
เค้าว่ากันว่าคำอธิฐานนั้นจะเป็นจริง
สงสัยกูคงขออะไรยากไป
ขอให้ “เป๊กช์” กลับมามีชีวิตเพื่อที่จะอยู่กับกู
จริงๆไม่ใช่แค่วันเกิดหรอก
จะอธิฐานตอนไหน
จะเมื่อไหร่
จะกี่รอบ
กูก็อธิฐานแบบนั้น
กูคิดว่า
เผื่อสักวันจะมีจริง
เพียงแต่ขอให้เชื่อ
พระเจ้าสอนกูแบบนั้น
แต่เมื่อกูโตขึ้น
ความจริงในโลกล้วนชัดเจน
มันไม่มีทางที่ เป๊กซ์ จะกลับมาหากู
ถึงกูหลอกตัวเองได้
แต่กูหลอกความจริงไม่ได้
หลายคนบอกกับกูว่า
เรื่องทุกอย่างมันมีความหวัง
มันโกหกชัดๆ!!!!
เรื่องของกูมันมีความหวังได้ด้วยเหรอ
วันเกิดกูปีนี้
คนที่กูอยากเจอคือมึง!!
“เป๊กซ์”
ร้องเพลงแฮปปี้เบริทด์เดย์ให้กูนะ!!
ถ้ามึงกลับมาหากู
ถ้ามึงฟื้น!!
กูจะเอาเวลาและชีวิตกูทั้งหมดให้มึง
ถ้าลมหายใจของกู
มันช่วยให้มึงกลับมาได้
กลับมานะ!
หรือจะเอาอะไรก็ได้
กูยอม!!
ยอมให้ทั้งนั้น
วันเกิดของกูปีนี้
มันไม่สนุกหรอก!!
ไม่สนุกเลย!!
ยิ่งมันใกล้เข้ามา
กูก็ยิ่งคิดถึงมึงมากขึ้น
.......
........ ความจริงก็เข้ามาตอกย้ำกูมากขึ้น
.........
....
"กูยังเป็นเจ้าสาวมึงอยู่นะ"
555
กูจำได้นะ
.....
...
..
บนท้องฟ้าที่มีมึงอยู่
กูมองหามึงทุกวัน
กูไม่รู้ว่าดวงไหนเป็นมึง
แต่!
.....
เพราะมันทำให้กูรู้สึกว่ามึงมองกูอยู่!!
....
..
เป็นห่วงกูใช่มั้ย?
...
คิดถึงกูรึเปล่า?
...
พี่แอ๊นท์บอกกับกูว่า
“มึงยังอยู่ข้างๆกู”
เพราะฉะนั้นอย่าร้องไห้
555
กูพยายามแล้ว
แต่กูทำไม่ได้หรอกเป็กซ์
แต่อย่างน้อยกูก็ร้องต่อหน้ามึง
ถ้ามึงอยู่ข้างกูตามที่พี่แอ๊นท์บอก
....
..
.
มันทรมานกูนะ
มึงทรมานเหมือนกูมั้ย?
กูทรมานสุดๆเลยหล่ะ
เพื่อนกูบอกกับกูว่า
“คนตายจะทรมานคนเป็น”
555
จริงด้วย!!!!
กูรักมึงมากๆนะ!!
รักจนอยากจะตายเลย
แต่กูทำไม่ได้
กูขี้ขลาดเกินไป
กูไม่กล้าฆ่าตัวตายหรอก
การที่ไม่มีมึงอยู่
กูพึ่งรู้ว่ามันทรมานกูมากขนาดนี้
คิดถึงกูนะ!!
คิดถึงกูมากๆ
เวลากูร้องไห้อยู่ข้างๆกูนะ!!
เวลากูเหงากอดกูไว้นะ!!
เวลากูไม่มีใครคุยฟังกูบ่นนะ!!
อยู่ข้างๆกูนะ!!
อยู่จนกว่ากูจะตาย
อย่าทิ้งกูไปอีก
.....
"การมีลมหายใจเป็นมนุษย์เนี่ย
มันทรมานสำหรับกูที่สุดเลย"
.....แต่.....
"การที่กูไม่มีมึงอยู่ในทุกช่วงชีวิตเนี่ย
มันทรมานกูยิ่งกว่า"
April 30 เอาทีละเรื่องเอาทีละเรื่อง
......
เมื่อวาน
...
..
ข้าพเจ้าอาจจะกลายเป็นพวก
วางมาตรฐานสูงไปแล้วก็ได้!!
เพราะกูดูแล้วข้าพเจ้าไม่พอใจ
ข้าพเจ้าดูแล้วข้าพเจ้าเฉยๆ
อีกเยอะที่พวกมันจะต้องเรียนรู้
ทุกวันนี้มีมีอยู่มันไม่พอหรอก
ข้าพเจ้ารู้ว่าเหนื่อย
ข้าพเจ้ารู้ว่าหนัก
แต่มันไม่พอ
ถ้าอยากจะดี
อยากให้คนอื่นยอมรับ
มึงต้องทำให้ดีกว่านี้
ข้าพเจ้าเป็นพวกโลภมากนะ
อย่าเพิ่งพอใจ
เวลาพวกมึงพอใจมันทำให้ข้าพเจ้าหงุดหงิด
เมื่อวาน
...
..
กูเหนื่อยฉิบหาย!!
แต่ข้าพเจ้าก็ดีใจ
ที่ข้าพเจ้าไม่ทำอะไรงี่เง่าลงไป
หรืออาจจะเป็นเพราะข้าพเจ้าไม่เห็นอีแก่นั่น
ก็อาจเป็นได้
มันอายุมากกว่าข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าให้มันเกียรติ์มากสุดคือการเรียกมันกับคนอื่นว่า "พี่"
เวลาข้าพเจ้าได้ยินชื่อมันแล้วข้าพเจ้ามักจะหงุดหงิด
เพราะชื่อของมันเนี่ยมันจะตามมาด้วยเรื่องห่าเหวอะไรไม่รู้
"จะอะไรของมึงกันนักกันหนา?"
กรูไปทำอะไรให้
มึงเที่ยวไปบอกกับใครต่อใครว่า
พวกกูเป็นศัตรูกับมึง
กลายเป็นงั้นไป
รอยหยักในสมองเนี่ย
มีน้อยกว่าอายุตัวมึงเองใช่มั้ย
ถึงคิดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
หงุดหงิด!!!!
เมื่อวาน
...
..
กรูกินเยอะอีกแล้ว
ไหนกูว่ากูจะผอมไง
....
...
..
เชี่ย!!!!
มากเกินไปแล้วนนะ!!!
เมื่อวาน
...
..
ข้าพเจ้ากลับมาบ้าน
ม่าม๊าที่น่ารักของข้าพเจ้า
หยิบของออกมาจากกระเป๋าเดินทางของน้า
แล้วบอกว่า
น้าข้าพเจ้าซื้อมาฝาก
จากเมืองจีน
กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!
นี่พวกเมิง!!!!!!!!!!!!
อย่าทำเป็นเล่น!!!
ของที่ม่าม๊ากรูยื่นมา
"มันเป็นกระเป๋า NIKE !!!!"
ในแบบที่กรูอยากได้
ถึงมันจะไม่ใช่ของแท้
แต่ที่รู้ๆกันอยู่ว่า
ของที่จีนมันก๊อปเหมือนเป๊ะ!!!
(ข้าพเจ้าเป็นพวกไม่นิยมซื้อของแท้ไง มันแพงนอกจากข้าพเจ้าอยากได้จริงๆ)
(ที่ไทยมันก็มี แต่มันไม่สวยไฮโซ แถมยังจะเอาจากกู 500!! เชี่ย!!)
(ทั้งๆที่กูกับเพื่อนๆดูจากรูปการณ์แล้ว 200 กรูก็ว่าแพง)
....TT_TT....
...
..
น้ำตากรูไหลพรากเลย
ข้าพเจ้าดีใจ
พรุ่งนี้
...
..
เข้าสู่เดือน พฤษภา
เดือนเกิดข้าพเจ้า
โอ้ววว์
..
นี่ข้าพเจ้ากำลังจะแก่ลงอีกปี
วันเกิดข้าพเจ้าปีนี้
ข้าพเจ้าจะทำอะไรให้กับตัวเองดี
ว่าแต่
ก่อนวันเกิดข้าพเจ้า
มันก็วันเกิดฮิ้ม
อืม
....
....
ฮิ้ม เกิด 15 พค
ข้าพเจ้า เกิด 16 พค
อือ
....
เราเกิดวันติดกัน
"เรามาแต่งงานกันเถอะ"
(ไม่เกี่ยว!!!!)
April 24 ..ไม่ไหวแล้ว!!!..ตอนนี้
...
..
.
เวลานี้
...
..
.
กูไม่ไหวแล้ว!!!
.
.
.
.
ทำไมกูถึงได้
.
.
.
.
.
อ้วน!!!
.........
มากกกกกกกกกกก!!!
ขนาดนี้นะ!!!!
...
...
..
นี่กูอ้วนจริงนะ
ไม่ไหวแล้ว
กูจะตายให้ได้
เมื่อเห็นพุงตัวเองที่ล้นหลามออกมา
มันจะมากเกินไปแล้วนะ
จากนี้
...
..
..
..
กูจะ
ลด!!!
กูต้องผอมสิ!!!!
กูต้องผอมมมม!!!!
กูต้องผอมมมม!!!
กูต้องผอมมมม!!!
กูต้องผอมมมม!!
กูต้องผอมมมมมมม!!!
เชี่ย!!!!
ของอย่างงี้
...
อย่าทำเป็นเล่น!!!!!!!!!
April 18 ただいま!!!ただいま!!!
กูกลับมาแล้วนะ!!!
หลังจากที่ไปปล่อยจิตปล่อยใจมาหลายวัน
ก็นะ...
คิดอะไรได้หลายอย่างเลย
อย่างไม่น่าเชื่อด้วย
แต่ตอนนี้ง่วงมากกกกกกกกกกก
ไว้กูมาเล่าให้ฟังอีกที
.........
.......
.....
...
..
ง่วงจริงๆ
=o=""
April 12 วันนี้กูอาจจะงี่เง่าก็ได้
ทุกวันนี้กูทำอะไรอยู่?
กูถามตัวเองวันนี้
กูทำเพื่อตัวเอง!
…
หรือ …
กูทำเพื่อคนอื่น!!!!!
+ + +
กูทำอะไรให้ตัวเอง!!!!!
Shit!!! กูตอบตัวเองไม่ได้
เวลาของกูมีไม่มาก กูก็ยังเอาเวลาอันน้อยนิดของกู ไปทำเพื่อนคนอื่น!!! ทั้งที่ๆคนอื่นไม่เห็นความสำคัญของสิ่งที่กูทำเลย สักนิด!!!! กี่ครั้งที่กูเหนื่อยแล้วไม่มีใคร!!! กี่ครั้งแล้วที่กูน้ำตาไหลเพื่อคนอื่น!!! กี่ครั้งที่กูร้องไห้ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของกู!!! กูทำเพื่ออะไร???
ในเมื่อกูไม่ได้อะไรกลับมาเลย นอกจาก
“เสียใจ”
เพื่อนกูบอกว่า
“กูโง่!!”
ใช่!!!!
กูโง่อย่างที่พวกมึงบอกกูจริงๆ!! โง่แบบไม่น่าให้อภัย!!! ตอนนี้กูเหนี่อย….
กูล้า....
กูเดินข้างหน้าแบบเดิมต่อไปไม่ไหวแล้ว
กูคงจะเดินให้มันช้าลง
กูควรจะรักตัวเองให้มากกว่านี้
กูควรจะเลวกับคนอื่นให้มากขึ้นเพื่อตัวกูเอง
คนที่รักกู เป็นห่วงกูมีอยู่กี่คนกันเชียว
กูไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ และกูก็จะไม่เป็น
ฟังนะ ตอนนี้กูร้องไห้อีกแล้ว กูไม่ได้อยากร้องนะ แต่กูห้ามมันไม่ได้ กูเลยปล่อยให้มันไหลออกมา
เวลากูเหนื่อย กูจะคิดถึงเพื่อน และมันทำให้กูอยากตาย อยากตายจริงๆ แต่กูปอดแหก กูไม่กล้าฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองหรอก กูไม่รู้ว่าสิ่งที่กูเจอมา มันเป็นยังไง แต่กูบอกได้คำเดียว ว่า
กูเจ็บ!!!!
กูว่า ถ้ากูตายแล้วไปเจอพระเจ้า กูจะบอกกับพระเจ้าว่า อย่าให้กูมาเป็นมนุษย์อีก
เพราะ
.....
การเป็นมนุษย์มันเหนื่อยขาดใจ + + +
เวลาที่เหลือไม่มากนักของกู ขอให้กูมีความสุขเถอะนะ ในกูอยู่กับอะไรๆก็ได้ที่กูจะมีความสุข อะไรก็ได้ที่กูจะไม่ร้องไห้ อะไรก็ได้ที่กูจะไม่หดหู่ และอะไรก็ได้ที่รักกู ให้กูอยู่กับคนที่เค้ารักกูเถอะนะ
January 30 To...someone as I LoveJanuary 20 175 คำถามเห็นเค้าเล่นกันเลยเอามั่ง
1.) ชื่อ : ปู
เออออ อ่านกันให้ตายกันไปข้างนึงเลย 55+
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน"จริงๆอยากจะหายไปเป็นอากาศธาตุเลย
มันดูเห็นแก่ตัว แต่ .... เออ กูมัน “คนเห็นแก่ตัว” กูไม่อยากจะรับรู้ว่าใครเป็นอะไรยังไง ไม่อยากจะมารับรู้ว่าตัวเองจะต้องรู้สึกยัง อยากจะมีแค่ตัวเอ! ตัวเอง! และก็ตัวเอง! ตอนนี้ตัวกูเหนื่อย เหนื่อยกับการที่ที่ต้องวิ่งไปกับคนอื่น กูอยากอยู่กับตัวกูเอง แต่ บนโลกใบนี้ กูทำไม่ได้ เพราะมนุษย์ มันต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ที่ต้องเกิดขึ้นมาเพื่ออาศัยซึ่งกันและกัน เพราะไอ้คำว่า “เพื่อซึ่งกันและกันนี่แหละ” ที่มามัดกูเอาไว้ เพราะว่ากูก็เป็นมนุษย์ ใช้อากาศบนโลกนี้หายใจเหมือนคนอื่น หรือง่ายๆก็เกิดมาเพื่อแย่งอากาศหายใจของคนอื่น บางทีถ้ากูใช้อากาศหายใจ ไม่แย่งอากาศหายใจกับสิ่งมีชีวิต กูอาจจะหลุดออกจาก วงจรที่ทรมานนี่ก็ได้ บางที พระเจ้าอาจจะบอกว่า “เมื่อเจ้าใช้อากาศบนโลกใบนี้หายใจเพื่อมีชีวิตอยู่ หรือใช้อากาศเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเจ้า เจ้าก็จะเหมือนเช่นเดียวกับคนอื่น เจ้าจงเป็นพี่ น้อง เพื่อน และสหาย กับกลุ่มเดียวกัน จงกระทำสิ่งเพื่อกันและกัน ตอบแทนอากาศที่หล่อเลี้ยง เพื่อตัวของเจ้า และพี่ น้อง เพื่อน และสหาย ของเจ้าด้วย” งั้น
กูควรจะทำยังไง ไม่หายใจ ไม่เอาอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยง กู ทำไม่ได้ เพราะกูเป็นมนุษย์คนนึงแล้ว ถึงแม้กูจะเป็นมนุษย์
กูก็ยังไม่เคยเข้าใจ มันซับซ้อน กูเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของศิลปินคนนึง เค้าบอกว่า “การเลียนแบบมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะมนุษย์มีความซับซ้อน มีความละเอียดอ่อน และก็แข็งกร้าว มนุษย์มักจะบอกว่า เราเกิดมาคงอยู่เพื่อกันและกัน แต่มนุษย์ก็สามารถ ฆ่า! ทำลาย! กันและกัน” ตอนแรกๆกูก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่เท่ห์ดี และก็ตลกดี และก็คิดว่าศิลปินคนนั้น คงจะคิดเอาไว้เพื่อเป็นคำพูดเท่ห์ๆ เท่านั้น เพราะกูก็เห็นว่าเค้าก็เป็นมนุษย์ เหมือนกู แต่ วันนี้ กูเอาคำพูดของเค้า มารีใหม่ กูคิดว่า กูพอจะเข้าใจสิ่งที่เค้าพูด แล้วกูก็คิดว่ากูก็กำลังคิดในแบบเดียวกับเค้าอยู่ “วินทร์ เรียววารินทร์” ก็เคยบอกเอาไว้ว่า “สิ่งมีชีวิตที่เรียนกว่าว่าคน” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน และเข้าใจยาก และ... และ… และ... มากมายก่ายกอง พร่ามมาเรื่อย สิ่งที่กูจะบอกก็คือ กูเบื่อชีวิตของการเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าการเป็นมนุษย์มันจะสนุก ซับซ้อน แต่ ... ก็ ... น่ารำคาญ เพราะมนุษย์ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประมาณตน ชอบอ้างว่า “ต้องเกิดขึ้นมาเพื่ออาศัยซึ่งกันและกัน” เพื่อที่ได้เห็นแก่ตัว !!! จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจความหมายของคำว่า “ต้องเกิดขึ้นมาเพื่ออาศัยซึ่งกันและกัน” โรแมนติกเป็นคนที่ชอบความโรแมนติกมากๆ
แต่ ... ไม่เคยโรแมนติกเลย ไม่รู้ทำไม มีแฟนกี่คนๆ กูก็ไม่เคยโรแมนติกเลย กูเป็นเชี่ย!!!อะไรของกูเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเอง _ _” เพราะเคยคิดเอาไว้ว่าถ้าตัวเองมีแฟน คงจะโรแมนติกน่าดู ความเป็นจริงหาใช่ไม่ พอเอาเข้าจริงเวลามีแฟน ก็ดันไม่มีอารมณ์โรแมนติก (*โรแมนติกในที่นี่ไม่ได้หมายถึงอาการนัวเนียๆแบบเวลาเดินด้วยกันจะต้องเบียดๆปานจะขี่คอกันนะ) (**โรแมนติกของกูคือ = ความอบอุ่นประมาณว่าจะเป็นพ่อของลูกได้ประมาณนั้น) เป็นพวกชอบความอบอุ่นแบบโรแมนติก เหมือนพวกพี่ชายรักน้องสาว อืมม์..... จริงก็คิดว่าตัวเองเป็นคนโรแมนติกนะ แต่อาจจะไม่แสดงออกต่อหน้าคนมั้ง 1. อาจจะเพราะกูเขิน 2.อาจจะเพราะเกรงใจว่าผู้อื่นจะทนรับความโรแมนติกของกูกันไม่ได้ 3.กูกลัวคนอื่นไม่เก็ทตามกู และข้อ 4.กูคิดว่านะจะเป็นเหตุผลหลักของการทำงานของต่อมโรแมนติกของกูมีปัญหา คืออาจจะเพราะว่ากูโรแมนติกแบบเลือกคน มาตรว่าถ้าเจอคนที่เรียกว่าใช่คนนี้แหละที่กูจะโรแมนติกด้วย ต่อมของกูมันจะทำงานเอง กูก็อยากเห็นตัวเองโรแมนติกกันคนอื่นเหมือนกัน 2006 / 01 / 12อะไรคือ “ความรัก”
? ได้คุยกับคนรู้จักคนนึงในเรื่องนี้ทางเอ็ม จริงก็คุยในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ เพราะว่าเค้าแต่งงานไปแล้ว เราเลยบอกเค้าไปว่าตอนนี้เราอยากแต่งงาน เค้าถามว่าทำไมถึงอยากแต่ง ก็เลยตอบไปแบบสร้างภาพว่า “อยากมีคนที่จะดูและเรา และเราก็จะดูแลเค้า” ที่ไม่ใช่ พ่อ แม่ พี่ น้อง เค้ากลับบอกว่า การอยู่กับครอบครัวมีความสุขและมันส์กว่า แต่ในความจริงๆ ที่อยากแต่งงานเพราะอยากลองใช้ชีวิตคู่ดู เพราะจริงๆแล้ว เราไม่ได้คิดที่จะอยากมีชีวิตแบบคู่แต่งงานไปจนตาย หรือ “อยู่ด้วยกันไปจนตาย” เราไม่เชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราไม่เชื่อเรื่องความรักนะ เรื่องความรักนะเชื่อ แต่ เรื่องที่จะอยู่ด้วยกันและรักกันไปจนตายเนี่ย ไม่เชื่อ เรื่องที่มันแบบเอ็นดิ้งขนาดนั้น เรารู้สึกว่ามันมีแค่ในหนังกับในนิยาย แค่นั้น หรืออาจจะเพราะไม่อินก็ได้ รู้ว่ามันมีหลายคู่ที่เค้าก็อยู่ด้วยกันยันแก่ยันเฒ่า แต่ว่า นั่นไม่ใช่เพราะ “หน้าที่” หรอกรึ เรามองมันเป็นแบบนั้น มุมมองของปูเนี่ย รู้สึกว่า มันมีระยะเวลาเป็นองค์ประกอบหลัก อยู่ด้วยกันนานไม่จำเป็นว่า ความรักมันจะนานตามด้วยนิ ระยะเวลาที่มันนานมันกลายความรู้สึก ให้เป็นความเคยชิน เพราะเคยชินกับการที่จะอยู่ด้วยกัน เคยชินกับการที่ได้เห็น และการที่จะต้องเริ่มใหม่คือมันต้องเริ่มใหม่ มันก็จะเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า “เสียดาย” ตามมา และความรู้สึก “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” เพราะมีความรู้สึกพวกนี้มันแทรกเข้ามา โดยที่ไม่รู้ตัว ว่ามันเข้ามาแทนความรัก แต่กลับเหมาความรู้สึกพวกนั้นว่า “รัก” อยากที่บอกอาจจะเป็นเพราะปูไม่อินกับความรู้สึกพวกนี้ก็ได้ เลยอยากแต่งงานดู อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง แต่ยังหาเจ้าบ่าวไม่ได้หรอกนะ เป็นคนเรื่องมาก 555 หลายๆคนบอกว่า ปูมันพวกสเป๊คสูงอาจจะใช่ๆ แต่จริงแล้วปูไม่ได้อยากแต่งงานเท่าไหร่ ไม่ชอบอะไรที่มันจะต้องนึกถึงอีกคนด้วย แบบไม่ชอบให้คนอื่นมาผูกมัด แต่อยากผูกมัดคนอื่น 555 นี่พูดจริงนะเนี่ย … … … … December 21 ....วันนี้อัพดึก...
จริงๆก็ไม่สบายอ่ะน่ะ แต่ไม่เจียมสังขาร
แล้วก็ไม่รู้จะอัพอะไร
ไม่รู้จะเขียนอะไร
+ + + +
อืมม์
เวลาที่...ชอบใคร
เวลาที่จะบอกมันพูดยากเหมือนกันนะ
เป็นคนชอบพูดเล่นมาตลอด
เลยกลายเป็นว่า
พูดแบบจริงจังไม่ได้
แย่ๆ
=o="
เวลาเป็นหวงใครจริงๆก็ดั๊น..ดัน
ไม่กล้าบอก
เจริญกู!!!
ดันพูดเป็นเรื่องเล่นๆแบบนั้น
ควาย!!!
ควายจริงๆ!!!
+ + + +
คืองี้
มันมีเรื่องนึง
.
...
ที่
...
...
มันบอกไม่ได้
...
...
...
ไม่ได้จริง
December 18 In My Everythink...ช่วงนี้อากาศหนาว....
"เป๊กซ์" กูคิดถึงมึงเวลาหนาวทุกที ไม่รู้ทำไม
ถ้า "เป๊กซ์" ยังอยู่ก็คงจะดี
กูคิดแบบนี้ทุกวัน ทุกวัน
คาดว่าคงจนกว่ากูจะตาย
กูคิดแบบนั้น
ไม่มีใครแทนที่แกได้สักคน
แกรู้ป่าวว่าแกไม่อยู่
กูร้องไห้กี่ครั้ง
ร้องไห้แบบไม่มีแกอยู่ข้างๆ
บางครั้งก็ก็อยากตายตามมึงไป
แต่ก็กลัวว่าถ้าตายไปแล้ว
จะไม่เจอมึง
ถ้าเป็นยังงั้นก็คงรับไม่ได้
กูว่านะ
กูต้องรักมึงมากๆ
ถ้าตอนนี้มึงยังมีชีวิตอยู่
มึงเป็นเป็นแฟนที่กูรักมากที่สุดแน่ๆ
+ + + +
เมื่อวาน S M เต้น
อู้ฮู...ดังมากมาย
ไม่คิดว่าจะได้รับเสียงตอบรับมากขนาดนั้น
เหอๆ ดี
+ + + +
To..some one
ชั้นรักแกนะ
รักมากๆ
November 24 ตัวตน...ช่วงนี้เบื่อ...แบบมีอาการเบื่อเพศตรงข้าม มองแล้วหงุดหงิด...อารมณ์ไม่ดี ไม่รู้ว่า มันมีสาเหตุมาจากไหน แต่กูไม่เบื่อเฮียแทนไทนะ (“แทนไท” เป็นเพศผู้สปีชี่เดียวที่กูไม่เคยเกิดอาการเบื่อ!!!) ตอนนี้กูกำลังจะตายเพราะหนี้สินท่วมท้น กูจะตายจริงๆนะ กูกำลังจะตาย......... ............ ............
กูก็แค่…ชะนีตัวนึงเท่านั้นเอง บางครั้งเวลากูหงุดหงิดเนี่ย อารมณ์มันจะเสีย แล้วช่วงนี้ชะนีอย่างกูเนี่ยรู้สึกจะหงุดหงิดบ่อย มองอะไรก็หงุดหงิดไปหมด บางทีถ้ากูไอ้ออกไปเที่ยวสูดอากาศดีๆ ไปเที่ยวทะเล ชมนกชมไม้ ออกต่างจังหวัดแบบไม่เครียด กูคิดว่าอาการกูคงจะดีขึ้น กูว่าร่างกายกูคงอยากได้รับการเยียวยา ทั้งร่างกาย…. ทั้งจิตใจ.... และสมอง..... งั้นกูก็ต้องหัด “อะโรม่าเธอราพี” ตัวเอง
แต่........... เชี่ย!!!!! ตอนนี้อย่ามาว่าถึงออกไปเที่ยวตากจังหวัดเลย ลำพังตอนนี้กำลังทรัพย์ของกูที่จะออกจากบ้านเนี่ย มีแค่ 20 บาทถ้วน ไม่งอกไม่เงย 20 บาท ที่ออกไปไม่ถึงปากซอยบ้านก็คงหมดแล้ว แล้วกูจะเอาปัญญาที่ไหนไปออกต่างจังหวัดเล๊า!!!!! กูจะบ้า!!!!!!
เหี่ยวเฉา....เหี่ยวเฉา.....
“เป๊กซ์ กูคิดถึงมึงมากกกกกกกกกก มึงน่าจะอยู่กับกูตรงนี้ อยากน้อยถ้าตอนนี้ที่กูไม่มีใครกูก็มีมึงไง มึงทิ้งกูทำไม มึงสัญญากับกูไว้...แล้วมึงทิ้งกูทำไม ไอ้คนนิสัยไม่ดี”
.....ใครบางคน ปูไม่แน่ใจตัวเองว่าปูชอบแกรึเปล่า ปูไม่แน่ใจ แต่แน่นอนว่าปูไม่ได้รักแกแน่ๆ และก็ไม่มีทาง ตอนนี้ปูไม่รู้ว่าทำไมปูถึงเสียใจ กับตอนนี้ที่เป็นอยู่ ไม่รู้ว่าตัวปูเองจะเสียใจไปทำไม ไม่รู้จริงๆ ปูไม่รู้นะว่าตอนนี้คนอย่างแกจะคิดยังไง แต่สำหรับปูตอนนี้หาทางออกกับทางเดินอันนี้ได้แล้ว ปูตัดสินใจแล้ว ปูจะไม่เสียใจอะไรอีกแล้ว เพราะปูสัญญากับเพื่อนคนนึงเอาไว้ว่า ปูจะไม่ทำให้ตัวเองเสียใจอีก ปูจะทำให้ตัวเองมีแต่ความสุข นั่นมันหมายถึงปูจะเลือกแต่ความสุข ให้กับตัวเอง เพราะฉะนั้นมันก็เท่ากับว่า อะไรที่มันเกินกำลัง อะไรที่มันทำให้ปูยิ้มไมได้ ปูก็ไม่ต้องการมันอีกแล้ว เพราะปูเลือกที่จะรักตัวเองให้มากๆ เพราะปูเชื่อว่าในตอนนี้สิ่งที่มีค่ามากที่มากที่สุดสำหรับปู
หรือ สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับกู คือ ตัวกูเอง!!!! ใครที่ทำให้กูรู้สึกว่า “กูไม่มีค่า” ก็คงต้องเดินคนละทางกัน
October 31 หน้านี้กูอุทิศให้มึง "เป๊กซ์"เวลาเจ็บปวดเนี่ย.... มันมักจะพูดออกไม่ได้ เพราะกูไม่ไว้ใจใคร เวลากูเจ็บปวด... กูจะเกลียด.. และก็กลัวเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง กูในตอนนี้ ขอพอก่อน...พอกับอะไรหลายอย่าง อยากได้เวลาอยู่กับตัวเอง และคนที่ทำให้กูรู้สึกว่า “กูเป็นคนสำคัญ”กูอยากอยู่แค่นี้จริงๆ กูมีความสุขเวลาได้คิดถึงเพื่อนกูคนนึง เพื่อนคนที่กูรักที่สุด!!! “ ยังอยู่ข้างกูใช่มั้ย? เห็นกูใช่รึเปล่า?เพื่อให้มึงอยู่ข้างๆกูจะยิ้มทุกชั่วโมงให้ดู มึงจะได้เห็นกู”
“ เป๊กซ์” มึงคิดถึงกูมั้ย? กูคิดถึงมึงนะกูจะเข้มแข็ง กูจะไม่อ่อนแอ กูสัญญาว่า…. กูจะไปหามึง รอกูนะ อย่าหนีกูไปอีก กูไม่อยากร้องไห้ทุกคืนเพราะคิดถึงมึง กูไม่อยากจะหลับเพราะกูกลัวฝันถึงมึง กูไม่อยากฝัน... เพราะถ้าตื่นมาก็จะไม่มีมึง กูจะทรมานมาก กูรักมึงนะ รักมึงมาก ถ้ามึงยังอยู่..... อยู่กับกูวันนี้ ถ้ามึงยังมีชีวิตอยู่... กูจะไม่ร้องไห้ กูจะหัวเราะ ............... ตอนนี้กูก็ร้องไห้ มีการ์ตูนที่กูอ่านอยู่เรื่องนึง พ่อแม่ของเด็กตาย แล้วเหลือเด็กอยู่ เด็กคนนั้นมันก็รักพ่อแม่นะ มันก็คิดถึง มันอยากเจอ มันอยากพบ แล้วมันมีคนที่เดินผ่านมา พูดกับเด็กคนนั้นว่า “ทั้งที่อยากจะเจอ ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่” เล่นเอากูอึ้ง!!! แล้วมันทำให้กูร้องไห้อยู่สักพักใหญ่ๆ มันทำให้กูคิดถึงมึง!!!!! นั่นสิ! ทำไมกูถึงยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่กูอยากเจอ ทำไมกูถึงยังมีชีวิตอยู่มาถึงแปดปี แปดปีที่ไม่มีมึงอยู่ กูมันขี้ขลาดเกินไปใช่มั้ย? กูกลัวว่าถ้ากูตายกูจะไม่ได้เจอมึง ถ้าเป็นยังงั้นกูคงทนไม่ได้ มึงจากกูไปทั้งๆที่กูยังไม่ได้บอกอะไรเลย แม้แต่คำว่า “ขอโทษ” ความรู้สึกของกูยังไม่ได้บอกออกจากปากกูให้มึงฟังเลย ทั้งที่มึงสัญญาว่ามึงจะอยู่กับกูไปจนแก่ ทั้งที่มึงสัญญาว่าถ้ากูไม่มีใครเอามึงจะแต่งงานกับกู แล้วทำไมมึงต้องตาย.... มึงตายทำไม! ถ้ากูสัญญากับมึงว่า ต่อไปนี้กูจะตั้งใจมีความสุข และกูจะรักมึงคนเดียว มึงจะกลับมามั้ย?
ไม่อยากฟังรู้มั้ยว่า... เวลาที่ต้องมานั่งฟังในเรื่องที่ไม่อยากฟังเนี่ย มันต้องใช้คำว่า “อดทน” มากแค่ไหน? จะว่าไป...สำหรับกูยังไม่ถึงขั้นต้องนั้นหรอก (แต่ซัมทามม์ก็มีบ้าง) (เดี๋ยวจะมีคนคิดมาก ไม่มีใครเล่าอะไรกับกูซะอย่างนั้น) จริงกูฟังได้.... แต่.... ให้กูพูดเนี่ยกูทำไม่ได้ ด้วยกลัวหลายๆอย่าง กลัวคนต้องมา “อดทน” ฟังกูพล่ามทั้งที่ไม่อยากฟัง กลัวเล่าไม่ถูกกาลเทศะ กลัวเล่าแล้วไปตีความหมายผิด กลัวต้องมานั่งอธิบาย เพราะอธิบายไม่เป็น(ฮา) และที่สำคัญ..... ไม่อยากให้ใครหลายๆคนมารู้จักสักเท่าไหร่ จริงๆนี่กูโดนแย่งอะไรต่ออะไรมาหลายอย่างเหมือนกันนะเนี่ย!!! แต่จะว่าไป.... กูก็เคยแย่งของคนอื่นมาเหมือนกัน (โดนซะบั่งมึง!!~) อืมมมมมมมมมม..... ตอนนี้... กูยังไม่รู้เลยว่าอนาคตของกูจะเป็นยังไง อะไรๆที่กูคิดไว้มันจะเป็นจริงได้มั้ย? กูอยากสร้างบ้านที่กูออกแบบเองตามโมเดลของกู อยากจะสร้างให้ครอบครัวกู อาปา แม่ ปลื้ม กูอยากเรียนต่อโท กูอยากเล่นดนตรีกับคนที่วง กูอยากทำเพลงของตัวเองออกมาให้คนอื่นๆฟัง และตอนนี้.... กูอยากเรียน ป. ตรี ให้จบ แต่ตอนนี้กูไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอม.... แล้วกูจะสอบแล้ว.... เงินค่าเทอม.... ที่พี่กูให้....ก้อนสุดท้าย หายไป....... ไปเที่ยว...ยังไม่กลับมา ฮ่ะ..ฮ่ะ..ฮ่ะ ให้กูทำงานพิเศษ... กูทำมากี่ที่แล้ว กูทำมากี่ครั้งแล้ว.. มาหาว่ากูไม่กระตือรือร้นเหรอ? หาว่ากูไม่ช่วยเหรอ? ที่ผ่านมา.... มันเรียกว่าเหี้ยอะไร... กูไม่เคยช่วยอะไรเลยใช่มั้ย? กูไม่เคยสักครั้งที่จะทวงอะไร ไม่เลย..ไม่เคย แต่... กูเหนื่อยเป็นไง... เหนื่อยรู้จักมั้ย? กูจะพักบ้างไม่ได้เหรอ? กูไม่เถียงว่ามึงเองก็เหนื่อย... อาจจะมากกว่ากู.... แต่.... กำลังกูมันมีแค่นี้ทำไงได้ "จะมาเอาอะไรกับกู"26/09/2005 “จะเอาอะไรมากมายกับชีวิต” บางครั้งกูก็คิดแบบนั้น และหลายครั้งมันก็อดไม่ได้ที่จะต้องคิดห่าอะไรก็ไม่รู้นะ คิดมันอยู่นั่นแหละ คิดแล้วก็ไม่ได้อะไรแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่เปลืองสมอง คิดแล้วก็มานั่งหงุดหงิดตัวเอง ไม่มีใครมาร่มชะตากรรมหงุดหงิดด้วย คิดแล้วก็เอามาคิดมาก มานั่งทุกข์ร้อนตัวเอง ให้ลำบากตัวเอง ปัจจุบันนี้..... คนเลวๆอย่างกูมีเพื่อนอยู่คนนึง และกูก็ไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไป กูไม่อยากเสียอะไรที่มันควรจะเป็นของกูอีกแล้ว กูไม่มั่นใจในนิสัยเลวๆของกูหรอก ว่าจะเผลอไปทำให้เพื่อนกูคนนี้เสียใจเมื่อ ไหร่ แต่กูไม่ได้ตั้งใจหรอก นิสัยเลวๆพวกนั้นกูก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้น!!!! กูเบื่อเวลาที่กูจะต้องมาเป็นรองใครเหมือนกัน ใครที่ไม่ให้กู “สำคัญ” กูก็ไม่อยากจะยุ่งด้วย และกูก็จะลดค่าคนอื่นเอาดื้อๆด้วยเหตุผลแค่นี้ เมื่อเห็นกูไม่สำคัญ ก็ไม่มีความหมายอะไรกับกูแล้ว ใครๆมันก็อยากจะเป็นที่ 1 กันทั้งนั้นแหละ กูก็อีกคนนึงที่คิดแบบนั้น แต่....ไม่ต้องให้กูเป็นที่ 1 ก็ได้ ขอแค่กูเป็นคนที่สำคัญที่สุด แค่นั้นเอง มากไปมั้ยว่ะ? แต่เพื่อนของกู กูไม่รู้ว่ามึงเห็นกูเป็นยังไง กูรู้แค่ความรู้สึกของกู มึงเป็นคนเดียวที่ทำให้กูรู้สึกว่า “มึงให้กูเป็นคนสำคัญ” รองจากชีวิตมึง กูคิดของกูแบบนี้ และเพราะเหตุผลนี้ มึงถึงเป็นคนที่กูไม่อยากที่จะเสียไป มึงกลับบอกกูว่า กูไม่ต้องมองมึงเป็นคนแรกก็ได้ กูไม่รู้ว่ามึงจะหมายความว่า ไม่ต้องเห็นมึงสำคัญด้วยรึเปล่า? มึงจำเอาไว้นะ ว่ามึง.... สำคัญกับกูที่สุดในตอนนี้ และกูหวังว่ามันจะตลอดไป มึง...สำคัญ กว่าใครหลายๆคน หลายคนที่มองกูไม่ออก ไม่แปลก!!! หลายคนที่ไม่รู้ว่ากูคิดอะไร ก็ไม่แปลก!!! เพราะไม่มีสิทธิ์ในตัวของกูไง!!! ชัดเจนนะ!!! ดูกูไม่ออกใช่มั้ย? ไม่เคยรู้ว่ากูคิดอะไรอยู่ใช่มั้ย? และ... ไม่เข้าใจกูใช่มั้ย? เวลากูร้องไห้…พวกมึงหลายคนรู้มั้ย? เวลากูกดดัน…พวกมึงช่วยกูผ่อนคลายได้มั้ย? เวลากูมีปัญหา...พวกมึงเคยอยู่ข้างๆกูมั้ย? และ เวลาที่คุยกัน….พวกมึงเคยที่จะจริงใจกับกูมั้ย? คนอย่างกู ไม่เคยเริ่มอะไรกับใครก่อน จำเอาไว้ ถ้ากูเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนเมื่อไหร่ ไม่ใช่เพราะตัวกูคนเดียว ใครทำให้กูรู้สึกยังไง กูก็จะทำให้พวกมึงรู้สึกแบบนั้น ใครดีมา กูดีไป ใครเหี้ยมา กูก็เหี้ยไป กูได้อะไรจากพวกมึงมา กูก็จะคืนให้แบบนั้น ที่กูพูด กูไม่ได้หมายความว่า พวกมึงจะต้องดีกับกู แค่ทำให้กูรู้สึก... ว่ามึงจริงใจ หรือ.. แค่ทำให้กูรู้สึกดี..รู้สึกว่ากูปลอดภัย ให้ความสำคัญกับกูบ้าง แค่นั้น!!! รู้จักควายมั้ย!!รู้จักควายมั้ย!!!! ควายที่ว่านี้จะพิเศษกว่าควายตามทุ่งหญ้าทั่วไป หรือควายที่ใช้ไถ่นา มันจะไม่รับประทานหญ้า.....แต่รับประทานข้าว!!!(ฮา) ควายชนิดที่ว่านี้มักจะชอบที่ๆอากาศพอดีๆ ไม่ชื้นมากนัก แต่ก็ไม่ร้อนจนเกินไป และสามารถเข้าใจภาษามนุษย์เราได้ดี(ฮา) รู้เรื่อง และบางครั้งสามารถโต้ตอบกับสิ่งที่เราสื่อสารได้ สามารถแสดงอารมณ์ออกมาให้เรารู้ได้ชัดเจน ฮั่นแน่!!!หลายคนรู้หลายคนไม่รู้ แต่มิตรสหายของกูจะต่างรู้ดี!!!! อย่างง
เอ่อ....พี่แทนจะทำดอารี่รวมเล่ม วู้!!!ยิหิ้ว!!!! จะเปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือ โอ้ว์!!!! แอ่ม โซ แฮปปี้ โซ มัช!!!
เอ่อ...วันนี้อีกแล้วที่กูไม่ได้ไปเรียน (เลยไม่ได้ใช้สัพนามแทนว่าข้าพเจ้าเลย ตั้งแต่ไปอ่านไดอีพริ้ง ชะนีชั้นสูงมา) ฉิบหาย!!! ไม่มีอารมณ์...กูยังไม่ได้บัตรนักศึกษา กูยังไม่ได้ไปจ่ายค่าเทอม แล้วกูจะสอบวันที่ 4 เดือนหน้านี้ สรุปปีนี้กูก็ไม่สามารถทำอย่างที่ตั้งใจได้ ผิดที่กู ไปช่วยคนอื่นทามมายยยยย ตอนนี้มานั่งลำบากไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม.....สาดดดดดดดดดดด ยังไม่พอ พี่ชายกูก็ตัดกูออกจากชีวิตเค้าไปแล้ว พี่ชายกูคนที่กจะสามารถฝากผีฝากไข้ได้ไปจนตาย กูเสือกไปเลือกอะไรไม่รู้ เชื่อในสิ่งที่...นะ....เชื่อแล้วไม่ได้อะไร แถมกูเสียไปอีกต่างหาก มันไม่คุ้มเลยจริงๆ แล้วกูจะต้องเสียอนาคตของกูอีกไปทั้งชีวิตมั้นเนี่ยต่อจาก นี้ “ทำคุณบูชาโทษ” กูบอกแล้วว่ากูจะไม่ทำอะไรอีกแล้ว....เชี่ย!!! เหี้ย!!! ทำแล้วแม่งไม่ได้อะไร นอกจากไม่ช่วยก็เอาตีนเน่าๆกับตัวเน่าๆกับหัวเน่าๆมาราน้ำอีก มึงคิดได้...กูก็คิดได้.... กูเบื่อมากมายกับชีวิตทีจะต้องตื่นมาเจอกับ.........กูเบื่อ!! ถ้ามันดี กูก็ดีไงเพราะมันจะไม่มาทำให้กระบวนการขั้นตอนชีวิตและอารมณ์กูปรวนแปร
เรื่องมันผ่านมาแล้ว2004년10우러11ㅇ리 พรุ่งนี้สอบวันสุดท้าย เลยมาเล่นเน็ต ออน MSN ตามปกติ ................................. ติ่งน่อง!!! เสียงการรายงานเอ็มเอสเอ็นว่ามีคนเข้ามา เฮ้ย อาคคคคคค ไม่ผิดแน่ ตาไม่ฝาด พี่แทนมากออนเอ็ม รีบจิกเลยอีปูรีบจิก เพราะรู้ว่า เฮียจะวางแผงหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือ และรู้ว่าเฮียจะไปนั่งที่บู๊ธด้วย เข้าไปทัก ปู : โอ๊ส แทนไท : โอ๊ส ว่าไงเจ้า ปู :ได้ข่าวว่าหนังสือเฮียออกแล้วที่งานสัปดาห์หนังสือ แทนไท : เพิ่งวางวันนี้ จริงๆกะวันจันทร์แต่โรงพิมพ์ พิมพ์ไม่ทัน จากนี้ข้าพเจ้าสงวนสิทธิ์ แฮพซัมติ่ง ล่ะกัน เพราะข้าพเจ้าก็ถามยูน ยวนไปเรื่อย ก็เลยได้ความว่า วันพฤหัสนี้ตัวเฮียจะไปนั่งที่บูธ
.......................
2004년10우러13ㅇ리 목요ㅇ리 การสอบได้ผ่านไปแล้ว อืมม์......รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก คราวนี้ก็มีเวลาอ่านหนังสือที่ไปซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสืออย่างเต็มที่แล้วสิกู!! ^O^” เมื่อวานก็เพิ่งให้ “หญิงวิป” เอาหนังสือ 14 ตุลามาให้ ตอนนี้กำลังสนในใฝ่รู้เรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะ “พี่แทนไท” ก็เป็นได้ เพราะรู้ว่า บิดา และมารดา ของเฮีย เป็นผู้ที่รอดมาจากเหตุการณ์ 14 ตุลา แล้วเข้าไปหนีอยู่ในป่า เมื่อวานหลังจากสอบเสร็จ กะว่าจะกลับบ้านมานอน เพราะว่าหลับเช้า (ตี 4 ) ตื่นเช้า (หกโมงเช้า) มาตลอดช่วงการสอบ ส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับการคุยกับ “หญิงตุ๊ก” มากกว่าการอ่านหนังสือ แต่ก็นะ พอสอบเสร็จออกจากห้องสอบ ก็ลงมากินข้าว พูดคุย และร่ำลาเพื่อนๆ เพื่อนๆกลุ่มนึง (กลุ่มใหญ่) ชวนไปกินที่ อตก. ตอนสองทุ่ม อีกกลุ่มชวนไปกินหมูกระทะ โดยให้เหตุผลว่าไปเลี้ยงฉลองหลังสอบเสร็จ เอออันนี้เข้าท่า แต่ไอ้เหตุผลที่ว่าปิดเทอมแล้วเดี๋ยวไม่ได้เจอกัน .....................................=o=’’’’’................................................ พวกมึงเข้าใจอะไรผิดรึป่าว? นึกดีๆดิ เปิดเทอมวันที่ 1 เดือนหน้า นี่ก็ล่อไปกลางเดือนแล้ว แค่อีกไม่เกิน 2 อาทิตย์กว่าๆ มึงล่ำลากันเหมือนเป็นปี ก็เลยนะ หลังจากกินข้าวเสร็จก็จะกลับบ้าน (อีกเหตุนึงที่เลือจะกลับบ้านเพราะ...เงินที่อยู่ในกระเป๋าที่มีอยู่ไม่ถึงร้อยบาท) ไอ้หญิงตุ๊กถามว่า “ไปไหนดีว่ะ?” ก่อนหน้าเข้าห้องสอบ “หญิงตุ๊ก” เสนอไอเดียว่า “สอบเสร็จไปวังหลังกัน!!” แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่ตอนนั้นก้ำกึ่งอยู่เหมือนกันเพราะการไปวังหลังมันไม่ต้องใช้เงินมากมายนัก ระหว่างทางที่กำลังตัดสินใจ ก็มีโทรศัพท์จากรุ่นน้องที่รู้จักโทรมาระบายอารมณ์ให้ฟัง ข้าพเจ้าก็ตั้งใจฟังมั่ง ไม่ตั้งใจฟังมั่ง แต่ก็พอจะจับใจความได้ จนกระทั่ง “ไอ้หญิงตุ๊ก” มันลากขึ้นรถเมลล์สาย 203 โอเค!วังหลังก็วังหลัง และก็หันมาคุยโทรศัพท์ต่อจนกระทั่งวางสาย รถเมลล์ที่นั่งอยู่ มันติดอยู่ตรงที่สะพานพระปิ่นเกล้า ณ. เวลานั้น 4 โมงเย็น เวลาเลิกงาน เมื่อตระหนักถึงอะไรหลายๆอย่างแล้ว เลยบอกหญิงตุ๊กว่า “วังหลังมันปิดหกโมง แล้วรถติดขนาดนี้ เกรงว่าจะไปไม่ทันดูอะไร” ดั้งนั้นหญิงตุ๊กก็เสนอว่า งั้นไป “ตรอกข้าวสาร” (ถนนข้าวสาร) กัน โอเค! ข้าวสารก็ข้าวสาร เพราะว่ารถเมลล์ที่นั่งอยู่มันต้องผ่านทางนั้น “ไปกินโรตีกล้วยช็อคโกแลต” ข้าพเจ้าคิดอย่างนั้น เมื่อมาถึง ประมาณสี่โมงครึ่ง ก็เดินดูของไปเรื่อยๆ ด้วยชุดนักศึกษาแบบทะมัดทะแมง ก็ได้กำไรลูกปัดสีฟ้าอันละ 10 บาทมาหนึ่งอัน ส่วนไอ้หญิงตุ๊กได้สายเชือกข้อเท้ามาเส้นนึง อืมม์... ขอพูดถึงกำไรที่ได้มาหน่อย คือ...ลูกปัดของมันเนี่ย ไอ้ตัวสีฟ้าเนี่ย ถ้าจำไม่ผิดเค้าจะเรียกมันว่า “ลูกปัดตาแมว” จำได้ว่าไอ้ลูกปัดตาแมวเนี่ย เมื่อสมัยข้าพเจ้าอยู่ม. ปลาย ก็ประมาณ 6 ปีได้ ตอนนั้นที่จตุจักรจะมีร้านแบบที่ให้นั่งร้อยเอง จะมีลูกปัดหลายๆแบบ เรียกว่ามีมากกว่าร้อยแบบ แล้วก็หลายราคา ให้เลือกเอง แบบไอเดียใครไอเดียมันร้อยเอาเอง แล้ว“ไอ้ลูกปัดตาแมว”เนี่ยตอนนั้น มันราคาอยู่ที่เม็ดละ 5 บาท มันเป็นอะไรที่แพงลิบลิ่ว แต่พูดถึงมันก็สวยสมราคาในตอนนั้น เรียกว่าใครมีมากร้อยมากเม็ดก็บ่งบอกถึงฐานะกันได้เห็นๆ คิดดูว่าสมัยนั้นถ้าเอา “ลูกปัดตาแมว” เนี่ยมาร้อยเป็นสร้อยข้อมือ เอาแบบร้อยธรรมดาก่อนนะ มันจะตกประมาณไม่ต่ำกว่า 35-40 เม็ด แล้วคิดสิว่ามันเม็ดล่ะ 5 บาท 35 คูณ 5 บาท ดังนั้นสร้อยข้อมือเส้นนึงก็จะตกอยู่ที่ราคา 175 บาท แพงนะ พอมาดูสมัยนี้ ดูเส้นนี้ที่เพิ่งได้มาในราคา 10 บาท มี “ลูกปัดตาแมว” เหมือนกับสมัย 6 ปีที่แล้วเด่ะๆ แต่ราคา ที่ซื้อมาต่างจากเม็ดละ 5 บาท มาเป็น 61 เม็ด 10 บาท ที่ร่ายมาทั้งหมด จะบอกว่านี่คือเหตุผลที่ซื้อกำไรอันนี้มาก็ไม่เชิง คือ....มันทำให้เกิดคำถามไง ว่า “ทำไม?” และ “เพราะอะไร?” ว่าแล้วก็ลองหาคำตอบดู ไปๆมาๆ ก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่แค่ ไอ้ “ลูกปัดตาแมว” เท่านั้น มันมีหลายๆอย่าง ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกัน ที่เค้าพูดกันว่า “สิ่งใดๆในโลกมักเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา” มันก็คงหมายถึง “คุณค่าของสัพสิ่ง” ด้วยเช่นกัน “10 บาท ที่เสียไป ได้อะไรกลับมาเยอะเลย” จากที่ซื้อสร้อยเสร็จก็เดินหา “โรตีกล้วยช็อคโกแลต” ถ้ามาที่ถนนข้าวสารก็จะกินทุกครั้งเพราะมันอร่อยมากกกกกกกก!!! อ่อ....ลืมไป จริงแล้วก่อนหน้านี้ หญิงตุ๊กใฝ่ฝันว่าอยากจะ เพ้นท์ที่น่องด้านหลัง ก็เลยพากันไปดูที่ร้านเพ้นท์ (น่าจะเรียกว่า “แผง” มากกว่า ร้าน) ก็ช่วยกันเลือกดูลาย แล้วก็ถามราคา ที่ใครๆต่างบอกว่าที่ข้าวสาร “คนขายจะขายของให้คนไทยในราคาถูก” มันคงหมายถึงแค่ว่า “ขายให้ในราคาถูกกว่าชาวต่างชาติ แต่.... ไม่ได้ขายถูกตามราคาที่ควรจะเป็นจริง” คือตอนแรกที่ถามราคาตัวแรกเป็นรูปนกฟีนิกซ์ พี่เค้าบอก 300 บาท เออ ลายมันสวยสมราคา แล้วมันลงทึบเยอะ หญิงตุ๊กมันบอกว่าอยากได้รูปกะโหลก มาลายที่สอง เป็นรูปกะโหลกมีแค่เส้นวาดเป็นรูปกะโหลก อันเท่ากำปั้นหลวมๆถามราคาไป พี่เค้าบอกว่า 250 บาท ก็เลยลองต่อราคา “พี่ลดอีกได้มั้ย?” ที่ตอบทันทีว่า “ไม่ได้เพราะนี้พี่ขายให้ฝรั่ง ห้าร้อยนะลายนี้ ราคานี้ไม่ได้บอกผ่าน นี่พี่ขายราคาคนไทย” มีขู่ มีขู่ ก็เลือกอยู่นานหญิงตุ๊กก็ได้ลายที่ถูกใจ เป็นรูปหน้าคนลอยๆ แบบควันๆ อะไรประมาณนั้น สืบทราบราคาก็ 200 บาท อืมม์ ไม่ถูกเลยสักนิด แถมขอต่อก็ไม่ให้ ใจจริงไม่อยากให้เพ้นท์ที่ข้าวสารเท่าไหร่ แต่หญิงตุ๊กเกิดอาการอยากมากกกกเลยไม่อยากขัด เพราะรู้ว่าถ้าคนเราได้ลองมันเกิด อาการ “อยาก” แล้วมีใครมาขัดมันจะหงุดหงิด อีกอย่างคนที่เสียเงินมันก็ไม่ใช่ของตัวเอง ก็เลยไม่ขัด แต่ก็เลยลองแกล้งแย็บๆ ไปว่า “ถูกสุดเท่าไหร่?” เจ๊แกตอบว่า “ร้อยนึง” ก็เลยถามว่าลายอะไร เค้าก็หยิบลาย ตัวอักษรจีนตัวเล็ก ออกมา บอกว่า “ลายพวกนี้จะร้อยนึง” อืมม์......กูเพ้นท์ตัวอักษรจีนนี่ที่สะพานพุทธ แค่ 30 บาท เต็มที่ คือ 50 บาท เจ๊บอก 100 นึง ราคาไม่ได้บอกผ่าน สาดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!! แต่ก็นะจะทำอะไรมากกว่านี้ก็ไม่ได้ ถิ่นเราก็ไม่ใช่ เพื่อนเรามันก็ดูออกจะระริกระรี้ขนาดนั้น มาตรว่า “นี่แหละที่ที่กูหามานาน” ว่าแล้วก็จัดแจงเพ้นท์ คือต้องบอกว่าเมื่อก่อน(ประมาณ 2 ปีได้)ตอนที่เคยไปเพ้นท์ที่สะพานพุทธ เค้าจะเพ้นท์สดๆ ดูแบบเอาแล้วแล้ววาด ซึ่งมันก็อาจจะเสี่ยงถ้ามันออกมาเน่า ก็ต้องทนเน่าไปอีก 2 อาทิตย์ ตอนแรกก็คิดว่าเจ๊แกก็คงจะวาดสดๆเหมือนกัน ตอนแรกก็สงสัยนะ เพราะว่าหน้าเจ๊แกเนี่ยมันดูไม่ให้ที่จะมาวาดสด จะหาว่านิสัยเสียก็ได้ ที่ปรามาตรเจ๊แกไว้แบบนั้น (ความคิดที่ไม่ดีไม่ส่งเสริม) หน้าเจ๊แกเหมาะที่จะเป็นแม่ค้ามากกว่าจะมาลงลายเส้น ก็เลยคิดเอาเองว่า เจ๊คงจะมาขายหน้าร้าน แต่คงจะให้ผู้ที่เชี่ยวชาญกว่ามานั่งเพ้นท์ ปรากฎว่าผิดถนัด เจ๊แกเอากระดาษอะไรสักอย่างดูเหมือนว่ากำลังลอกลายบนกระดาษวาดขึ้นๆลงๆอยู่พักครู่ แล้วก็หอบกล่องเล็กๆ พร้อมกับกระดาษที่ลอกไว้(ระหว่างนั้นตอนนี้กำลังคิดถึงอนาคตอีกสองอาทิตย์ของ หญิงตุ๊กว่า มันจะออกมาเป็นเช่นไร ถ้าเจ๊เค้าลงเส้นแม่นแสดงว่าสองอาทิตย์ที่กำลังจะเข้ามามันจะสดใส แต่ถ้าไม่ล่ะ....โอ้ววว์.....แล้วที่น่องหลังขาเนอะ....) แล้วเจ๊ก็หยิบอุปกรณ์ที่ดูคลายๆ กาวยูฮูหลอดสีดำ แต่ใหญ่กว่า แล้วก็เอามาถูๆที่น่อง แล้วก็เอากระดาษที่ลอกไว้เมื่อกี้มาวางทับ รูดขึ้นลงสองที แล้วดึงออก โอ้ววว์...ดูสิซาร่า ลายมันติดออกมาแล้ว ใช่! มันออกมาเหมือนเป๊ะ!! อันนี้มั่นใจว่าลดอาการเสี่ยงไปได้เยอะ แล้วเจ๊ก็หยิบทิชชู่มาซับๆ แล้วก็เอาก้อนอะไรซักอย่างที่มีตัวเฮ่นน่าอยู่ข้างใน ดูจากลักษณะแล้ว คงจะเอาถุงใส่ตัวเฮ่นน่าไว้แล้วตัดมุมปลายออกนึดนึงจะเหมือนที่วาดหน้าเค้ก แต่อันนี้เล็กว่าแล้วเจ๊แกก็บรรจงวาดตามลายที่เพิ่งก๊อปปี้มา ใช้เวลาประมาณ 7- 10 นาที ในการวาด ก็เป็นอันเสร็จ ก็จ่ายเงิน สองร้อยบาท แล้วเจ๊ว่า ระวังอย่าให้มันเลอะ หรือโดนอะไร รอให้มันแห้งประมาณชั่วโมงนึง หลังจากนั้นก็เลยบอกหญิงตุ๊กว่า “กูอยากกินโรตีกล้วยช๊อคใจจะขาด” ก็เลยเดินตามหา แล้วหญิงตุ๊กก็โชว์พาวเวอร์ความโง่ออกมาด้วยคำพูดที่ว่า “กูไม่กล้าเดินกูกลัวมันเลอะแล้วไม่แห้ง” อันนี้ไม่เท่าไหร่ยังพอเข้าใจได้ถ้าเราเดินไม่ระวังมันก็จะเน่าได้ก็โอเค เลยบอกให้หญิงตุ๊ก ดึงกระโปรงพีชที่สั้นอยู่แล้วให้สูงขึ้นมาอีก แล้วไม่ต้องกังวลอะไรอีกนอกจากตอนจะนั่ง แต่อันนี้เนี่ยรับไม่ได้ “เฮ้ยมันนูนแบบนี้ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนกูไปทำเลย หรือว่ามันต้องรอแห้งแล้วมันจะเหือดไปเอง” โอวว์...กูเห็นมึงหาลาย เห็นมึงสนใจเรื่องเพ้นท์เฮ่นน่าที่มาร่วมเดือน นี่มึงไม่รู้จริงๆหรือว่ามันต้องรอให้แห้งแล้วค่อยลอกออก ข้าพเจ้าเลยบอกมันไปตามที่คิด แล้วก็บอกมันเพิ่มไปด้วยว่า “อย่าไปเสือกทานล่ะ” มันถามว่าทำไม? “ถ้ามึงทาสองร้อยบาทที่มึงเสียไปมันจะอยู่ไม่ครบอาทิตย์” อืมม์...มันไม่รู้อะไรเลย ระหว่างที่พูดจบก็เห็นร้านโรตีพอดี ก็เลยสั่ง “พี่โรตีกล้วยช๊อค’แลตหนึ่ง” ส่วนหญิงตุ๊กก็ไปสั่ง “ผัดหมี่ไม่ใส่ไข่” ระหว่างที่รอ จู่คนขายก็เข็นรถเข็นหนีเทศกิจ เลยต้องทำให้ข้าพเจ้าวิ่งตามไปในใจก็ สรรเสริญว่า “มึงจะทำมายยย คนเค้าจะทำมาหากิน” และก็ต่างๆนานา พี่คนขายวิ่งมาจนถึงหน้าวัด เอ่อ...จำชื่อไม่เคยได้สักที ที่ตรงข้ามกับสน.นั่นล่ะ ตอนนี้ขาของตุ๊กที่เพ้นท์มายังปลอดภัยดี เหลือแค่แห้ง....เท่านั้น สองสาวก็ต่างรับของจ่ายตังค์ให้คนขาย และกำลังจะทำการ “หม่ำ” และเหตุการณ์ที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ก็เกิดขึ้น “ห่าเม็ดฝน” ที่จงใจกระแทกกระทั้นลงมา เหมือนจงใจกลั่นแกล้ง และแถวนั้นไม่มีในมีร่มให้พักพิงก็เลยวิ่งไปหาที่ร่มในซอยข้างวัด และ ข้าพเจ้าเห็นตู้โทรศัพท์อยู่เบื้องหน้า เพราะตอนนี้ไอ้สองร้อยที่อยู่บนขาหญิงตุ๊กมันสำคัญยิ่ง!!! เราสองคนต้องทำหน้าที่อารักษ์ขา “ลายสองร้อยบาท”เอาไว้ เพราะมันถ้าจะละลายหายไปเลยมันยังไปทำใจได้ไง แต่นี่ละลายแล้วมันไม่ละลายไปไง มันจะฝาก”ความเน่าเละ” ไว้ถึง อาทิตย์กว่าๆ ข้าพเจ้าบอกกับหญิงตุ๊กว่าวิ่งไปหลบที่ตู้โทรศัพท์เร็ว มันบอกว่าไม่เอา ให้ไปหลบที่ร่มของคนขายรถผลไม้ อ๊ะ!! รถผลไม้ก็รถผลไม้ตามใจมึง!! แล้วแทนที่มันจะห่วงขามันดันเอาหน้าเข้าร่มแล้วให้ขาหลัง โดนฝน......เป็นอันว่าสองร้อยบาทที่เสียไป มันคือความเน่าที่ต้องติดตัวไปถึงหนึ่งอาทิตย์!!!! ฝนตกตัวเปียกเป็นลูกหมา นั่งแท็กซี่กลับบ้าน วันนี้ 60 บาทที่ข้าเจ้าเสียไป ได้อะไรกลับมาเยอะแยะเลย *ยิ้ม* October 11 ...อะไรๆของกู!!!+ อืมม์....หนังสือรวมเล่มของ"พี่แทนไท"ออกแล้ว ขายที่งานสัปดาห์หนังสือ+
+ และวันพฤหัสนี้กูก็ได้เจอตัวเฮียแบบเป็นอีกครั้ง > <" กูตื่นอย่างบอกไม่ถูก
+ กูได้กระทำการ "โกหกตอแหล" ไปแล้ว เพราะสัญชาติญาณของการเอาตัวรอดของกู กูทำไปแล้ว 55!!
+ สอบใกล้จะเสร็จแล้ว...นั่นหมายถึงกูจะมีอิสระภาพโดยประมาณ 20 วันกว่าๆ กูจะใช้มันให้คุ้ม
+ ดอง บัง จะมา ฉิบหาย!!!!....กูยังไม่ได้เก็บเงิน งานนี้กูตามแน่!! เอาแบบถึงพริกถึงขิง ถ้า "อุนโฮ่" จำกูไม่ได้ในครั้งนี้ อย่ามาเรียกกูว่าอีปูเลย คอยดูกูละกัน!!
+ ตอนนี้ก็กูแฮปปี้กับเพื่อนกูที่มีไม่กี่คน
+ แต่บางอย่าง...ที่กูไม่แฮปปี้เลยยยยยยยยยยย...สักนิ้ดเดียวววววววววว ToT" กูเบื่อมัน!!!
+ วันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ดิ! วันอาทิตย์ กูตื่นเช้ามากกกกกกกกก เจ็ดโมง ไปทำบุญที่เค้าเรียกว่า "ทานโก๋ยฉลาก" มันเป็นของภาคเหนือ เค้าจะจัดทุกปีที่วัดเบญ!!!
+ กูเดินไปทั้งที่ง่วงแสนง่วงแต่กูก็ตั้งใจไปทำบุญ
+ แล้วกูก็มาตาสว่าง....
+ คนเกาหลีมาถ่ายหนัง เชี่ย!! หล่อสุดตีน!!!!!!! อาจเป็นเพราะมันยังเช้านัก และกูก็อาจจะไม่ตื่นดี พ่อหมนุ่มเกาหลีคนนั้นหน้าละม้ายคล้าย "อุนโฮ่" ของกูยิ่งนัก หล่อออออออออบาดดดดดดดดด!!!!!!!!!
+ อันที่จริงกูจะบอกว่า...
+ ที่กูไปวันนั้น "ทายโก๋ยฉลาก" กูรู้สึกว่ากูสนใจเรื่องเกี่ยวกับพวกล้านนามากขึ้น กูว่ามันน่าหลงไหลมากนัก
+ มีวูบนึงที่ตอนนั้นกูคิดว่ากูจะไปหมกมุ่นทางด้านล้านนาเลยทันที แต่........
+ เพราะความง่วงของกู...ที่ทำให้ตากูปิด...ปิด...ปิด...และหลับในที่สุด
+ และพอตื่นมา...แรงกระตือรือร้นอันนั้นมันก็เหือดหายไป
+ มันทำให้กูค้นพบว่า.......
+ ไม่มีอิทธิพลใดๆในโลกที่จะสู้ความง่วงของกูได้!!!+
|
|
|